ที่ผ่านมาฉันทิ้งการเขียนบล็อกไปถึงสองปีเลย เพราะชีวิตมีอะไรมากมายที่เปลี่ยนแปลงไปจนกระทั่งการเขียนบล็อกกลายเป็นเรื่องที่ต้องหยุดเอาไว้ก่อน เพราะที่ผ่านมาฉันอาจจะเขียนบล็อกด้วยความตั้งใจเกินไป แบบว่ามีความพยายามมากที่จะเขียนให้เป็นบทความที่ต้องดูดีและลงตัว มันทำให้ต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้นและต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นด้วยในการจัดการการเขียน
แต่เมื่อวานที่ผ่านมา วันเกิดของฉันวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 แต่กลับเป็นวันที่ฉันรู้สึกเหนื่อยมากที่สุดวันหนึ่งในช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา เพราะฉันต้องเดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่งก็ไม่ใช่ประเทศที่ไกลหรือเดินทางลำบากอะไรแต่สถานการณ์และความวุ่นวายของปัญหาจุกจิกรวมถึงการที่มีความหงุดหงิดกับสมาชิกในครอบครัว และอาจจะเป็นเพราะฉันเริ่มมีอายุมากขึ้นแล้ว ครบ 43 ปี มันทำให้ฉันเริ่มที่จะไม่แข็งแรงเหมือนสมัยก่อน จึงรับมือกับการต้องใช้แรงกายหนัก กระทบกระเทือนปัญหาปวดหลังที่มีอยู่เดิมไม่ค่อยจะไหว รวมถึงสมองที่เริ่มเหนื่อยล้าไปตามวัยไม่ได้เฉียบคมแบบเดิม มันเลยกลายเป็นวันที่ฉันรู้สึก burnout อย่างบอกไม่ถูก และการไปต่างประเทศครั้งนี้เรียกว่าไม่ได้ไปเพื่อเที่ยวพักผ่อน แต่มีติดธุระบางอย่างที่เกี่ยวกับเรื่องกิจกรรมของลูกที่ต้องส่งเสริม แล้วตารางมันไม่สามารถทำให้ปลีกตัวออกไป มีเวลาพักผ่อนส่วนตัวได้สักเท่าไหร่แต่ต้องมีความพะวงและวิตกกังวลกับการทำกิจธุระนั้นให้สำเร็จตลอดเวลา พอสถานการณ์มันจบไปแล้วก็ทำให้ฉันรู้สึกอ่อนเพลียร่างมาก เมื่อวานฉันถึงกับคิดว่าเป็นวันเกิดที่แย่ที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมาเลย คือไม่ใช่ว่ามีปัญหาหรือความทุกข์ที่ถาโถมเข้ามา แต่มันเหมือนเป็นวันเกิดที่ไม่ได้เต็มอิ่มตกผลึกอยู่กับใจกับกายของตัวเองเลย ไม่ได้มีความรู้สึกว่าเป็นวันพิเศษสำหรับเรา เหมือนเป็นแค่วันธรรมดาเยินๆ วันนึงก็เท่านั้น
ดังนั้นในขณะนี้หลังจากที่ฉันได้พักผ่อนมาระดับหนึ่งแต่ก็ยังรับรู้ได้ถึงคลื่นความปวดเมื่อยล้าทั่วร่างกายอยู่และอาการปวดหลังที่กำเริบจากการยกของหนักมากเกินไป แต่ฉันก็ตั้งใจว่าจะพักผ่อนให้ค่อยๆดีขึ้น และได้ตัดสินใจว่างั้นฉันจะให้ของขวัญวันเกิดกับตัวเองเลยก็คือ ฉันจะหันมาโฟกัสให้ความสำคัญกับตัวเองมากขึ้นจากเดิมที่จิตใจพะวงที่จะโฟกัสและซัพพอร์ตลูกหรือคอยตามใจคนในครอบครัวตลอด คนในครอบครัวก็คงไม่ได้คิดว่าฉันตามใจหรือเอาใจพวกเขาขนาดนั้น แต่สำหรับคนเป็น introvert และต้องการมีเวลาอยู่กับตัวเองมากๆ มีเวลาตกผลึกความคิดหรือจัดระเบียบความวุ่นวายในกายในใจหรือรวบรวมพลังงานอยู่เงียบๆคนเดียว การที่เราต้องออกมาคอยตามใจเอาใจคนอื่นและต้องคอยซัพพอร์ตโฟกัสลูกอย่างมาก เพื่อความสำเร็จรุ่งเรืองของลูก เหล่านี้มันเป็นเรื่องที่ตรากตรำมากสำหรับคนแบบฉัน จิตใจสับสนวุ่นวายจิตฟุ้งซ่านมากพลังงานก็เละเทะสะเปะสะปะไร้ทิศทางไร้โฟกัส ดังนั้นฉันถือว่าทำให้คนอื่นเยอะแล้วถึงคนอื่นจะไม่เข้าใจแต่สำหรับตัวเองรู้ว่านี่คือทุ่มเทให้มากเกินไปหน่อยแล้ว ฉันเลยว่าจะกลับมาดูแลเอาอกเอาใจตัวเองตามใจตัวเองบ้าง แต่กับคนในครอบครัวที่ช่างเรียกร้องบางคนฉันก็คงทำเฉพาะจุดสำคัญที่ทำให้พวกเขาพอใจเท่านั้น แต่จุดอื่นเล็กน้อยก็อาจจะตัดทิ้งไปบ้าง เรื่องลูกก็มีดีอยู่อย่างหนึ่งก็คือกำลังจะอายุครบ 11 ขวบในเวลาหนึ่งเดือนข้างหน้า ซึ่งเรียกว่าโตมากแล้วกำลังจะเข้าสู่วัยรุ่น คงไม่ต้องดูแลรายละเอียดจุกจิกอะไรมากมายแต่อาจจะดูแลแค่ทิศทางภาพรวมก็พอ แล้วก็เริ่มมุ่งโฟกัสไปทางวิชาการมากขึ้นกว่ากิจกรรม ทำให้เรื่องกิจกรรมที่ต้องเปลืองพลังงานและเวลาในการดูแลเอาใจใส่สามารถที่จะลดลงได้อย่างมาก ถือว่าสร้างรากฐานของกิจกรรมหรือความสามารถพิเศษเอาไว้ดีแล้ว น่าเบื่อเนอะเด็กสมัยนี้จะแค่เรียนเก่งอย่างเดียวสังคมก็ไม่ยอมรับมหาวิทยาลัยก็ไม่ยอมรับอีก จะต้องครบเครื่องทุกอย่าง ทั้งวิชาการทั้งยังต้องมีกิจกรรมหรือความสามารถพิเศษที่มีหลักฐานอีก ซึ่งก็คือต้องมีพอร์ตโฟลิโอการประกวดแข่งขันหรือเข้าร่วมกิจกรรมซึ่งแต่ละอย่างก็ไม่ใช่ว่าจะถูกๆ มีแต่เสียเวลาพ่อแม่วุ่นวาย และต้องเทเงินเททองถมเข้าไป แต่ฉันถือว่าลูกก็มาถึงจุดที่ตอนนี้คงจะเน้นไปในทิศทางการสร้างสรรค์มากกว่าการประกวดล่ารางวัลแล้ว แบบเน้นความสามารถหรือสกิลในการสร้างสิ่งดีๆ ให้คนอื่นแบบนี้น่าจะดีกว่า แต่นั่นแหละก็คือกลับมามาที่ฉันน่าจะสามารถลดพลังงานและเวลาที่ต้องไปโฟกัสที่ลูกแล้วกลับมาโฟกัสที่ตัวเองได้มากขึ้น
ดังนั้นการเขียนบล็อกของฉันครั้งนี้ก็จะเป็นการเขียนบล็อกเพื่อตอบสนองตัวเองอย่างแท้จริง ไม่ต้องพยายามเขียนดูดีหรือคุณภาพดีอะไรเพื่อเอาใจคนอื่น แต่ถือว่าเขียนเพื่อระบายอารมณ์หรือใช้บันทึกตกผลึกความคิดของตัวเองแล้วก็มีพื้นที่แชร์เผื่อจะมีคนหลงเข้ามาอ่านบ้างถือว่าได้แชร์ประสบการณ์ชีวิตแบบตรงไปตรงมาไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมากมาย อยากเขียนอะไรก็เขียน อยากแชร์อะไรก็แชร์เลย การเขียนครั้งนี้ฉันก็คิดว่าจะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตกผลึกความคิดและทิศทางในการดำเนินชีวิตต่อไป
สรุปนั้นคือฉันจะเขียนบล็อกอย่างเรียบง่ายแบบมีความคิดอะไรที่อยากถ่ายทอดออกมาให้ตัวเองได้ทบทวนก็เขียนไปเลย ไม่ต้องพยายามไปทำอะไรให้มากมายซับซ้อน แล้วการดำเนินชีวิตของฉันก็พยายามที่จะไปในทิศทางที่เรียบง่ายเหมือนกัน ก็คือให้เวลาตัวเองมากๆ ทำตามใจตัวเองให้มากขึ้น หันมาดูแลสุขภาพกายใจตัวเองก่อนเป็นหลักเลย ถ้ามีทางเลือกที่ต้องเลือกระหว่างเสียสละ สุขภาพกายใจของตัวเอง สุขภาพอารมณ์ของตัวเอง เพื่อที่จะตอบสนองช่วยเหลือ Support คนอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวเพื่อนหรือคนจากการทำงานก็ตาม ฉันก็จะขอเลือกให้ priority หลักคือให้ตัวเองก่อนเลยแล้วกัน 
